UFABETWINS : มาตรฐานของคนที่เราเลือกดีแล้วว่าใช่..

UFABET

UFABETWINS ใครที่ได้ดูเกม ยู-23 ของเราเมื่อคืนที่ผ่านมาคงรู้สึกคล้ายๆ กัน

UFABETWINS หัวใจจะวาย.. มันจะวายให้ได้เลย

ช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกมคือช่วงเวลาที่บีบหัวใจที่สุด ช่วง 4 นาทีของการทดเวลายิ่งเป็นจุดพีค สถานการณ์ในเวลานั้นประตูเดียวชี้ขาดเกมได้ทันที

ถ้าเรายิงได้เราก็ได้เข้ารอบ ถ้าเขายิงได้เราก็ตกรอบ

มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราได้เห็นจากเกมนี้นะครับ ผมคิดว่านอกเหนือจากความตื่นเต้นระทึกใจเหมือนหนังเขย่าขวัญแล้วเรายังได้เห็นอนาคตที่ดีของทีมชาติไทยอีกด้วย

เบสิกของนักเตะหลายคนแน่นและมีพื้นฐานด้านทักษะดีมาก รวดเร็ว คล่องแคล่วและคล่องตัว ไปกับบอลได้ดี เล่นกับพื้นที่ได้ดี กองกลางมีจินตนาการในการให้บอล เข้าใจกับตัวรุกได้ดี

ต่อยอดไปจากสิ่งที่เห็นได้อีก เรามองเห็นทิศทางที่ดี

หากในเวลาเดียวกันเราก็ได้เห็นจุดบกพร่องที่ยังต้องปรับปรุงแก้ไขเช่นกัน

UFABET

    วิญญาณเพชฌฆาตคืออันดับแรก เรามีโอกาสไม่แพ้เกมเปิดหัวที่ยำใหญ่บาห์เรนแต่เราทำมันไม่ได้เหมือนเกมนั้น

ผู้รักษาประตูของอิรักเหนียวหนึบนั่นก็ถูก ถ้าไม่ได้จุดโทษก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะยิงผ่านเขาได้ไหมในเกมโอเพ่นเพลย์เพราะอ่านเกมดี ยืนตำแหน่งดีเหลือเกิน

หากนั่นคือโจทย์ที่เราต้องผ่านมันไปให้ได้ ในเกมระดับสูงมีโอกาสให้เราไม่มากนัก ยิ่งใช้โอกาสเปลืองเท่าไหร่ประตูแห่งชัยชนะก็ยิ่งตีบแคบ

แนวทางการเล่นเกมรุกนั้นทำได้ดีมากแล้วครับ เมื่อเริ่มตั้งหลักได้กองกลางครองบอลได้และใจเย็นพอที่จะเคาะไปมาเพื่อหาช่อง พอสบโอกาสก็วางข้ามแนวรับหรือแทงทะลุให้ตัวริมเส้นหลุดเข้าเขตโทษ

ศุภณัฎฐ์ เหมือนตา กับ เจริญศักดิ์ วงษกรณ์ ได้บอลลักษณะนี้หลายครั้ง การวิ่งของทั้งคู่ประสานกับการออกบอลของเพื่อนไม่ว่าจะเป็น วรชิต กนิษศรีบำเพ็ญ วิศรุต อิ่มอุระ หรือ กานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ ได้เหมาะเจาะ

และการลงสนามของ เบนจามิน เดวิส..

แม้จะเล่นไม่ครบ 90 นาทีแต่นักเตะลูกครึ่งเวลส์-ไทย ที่สามารถเล่นได้ทั้งอังกฤษ เวลส์ สิงคโปร์ และทีมชาติไทยคนนี้เป็นแมนออฟเดอะแมตช์ในสายตาของผม

มีจังหวะที่ยังต้องปรับจูนกับเพื่อนบ้าง แต่เบสิก ความคล่อง ความกล้า ความนิ่ง ความใจถึง นั้นผ่านตลอดทาง แถมยังมีบทบาทในการเล่นลูกตั้งเตะอีกด้วยทั้งฟรีคิกและเตะมุม

ความกล้าเล่นของเขาเรียกฟาวล์ให้ทีมได้ไม่น่าจะต่ำกว่า 7-8 ครั้ง นับว่าผลงานเข้าตาอย่างจังและเล่นได้สมกับที่เป็นนักฟุตบอลเยาวชนของสโมสรอาชีพอย่างฟูแล่ม

ยังไม่เนี้ยบนักหรอกนะครับ มีบางจังหวะที่เขาน่าจะคายบอลให้เพื่อน แต่นั่นคือจุดที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับเดวิสคนเดียว เกมของเราเท่าที่เห็นมีจังหวะแบบนี้อยู่สัก 3-4 ครั้งคือการเลือกช็อตเล่นที่ยังไม่ใช่ช็อตที่เกิดประโยชน์สูงสุดกับทีม

หากโดยรวมแล้วก็ถือว่าสอบผ่านแบบสบายๆ และมั่นใจว่า เบนจามิน เดวิส เด็กหนุ่มวัย 20 ปีอยู่ในการพิจารณาของ อากิระ นิชิโนะ แน่นอนถึงการใช้งานเขาในระยะยาวปูทางไปถึงทีมชุดใหญ่

ผลงานที่นักเตะแสดงออกมาให้เห็นในสนามนั้นสำคัญเพราะนี่คือเกมชี้ชะตา อีกทั้งการจัดตัวของนิชิโนะก็หมุนเวียนผู้เล่นเกินครึ่งทีม

เกมในช่วง 10 นาทีแรกนั้นปั่นป่วน แม้จะทำประตูขึ้นนำเร็วแต่ต้องยอมรับว่าช่วงแรกๆ นักเตะไทยหลายคนจับบอลพลาด จ่ายบอลผิด ดูไม่มีความมั่นใจเลย

อาจจะเป็นเพราะอิรักเดินหน้าเร่งเกมลุยแหลกเพื่อเอาประตูคืนให้เร็วที่สุดด้วยเราจึงเจอกับสถานการณ์ที่ถูกกดดันตลอดเวลา แต่หลังจากผ่านช่วง 10 นาทีแรกไปแล้ว ทีมช้างศึกก็เหมือนตั้งหลักได้และกลับมาเล่นเป็นธรรมชาติได้ทันเวลา

ว่ากันแบบแฟร์ๆ ถึงโอกาสทำประตูที่น่าได้ เราควรจะนำอิรัก 2 ลูกหรือ 3 ลูกเมื่อจบครึ่งแรกซึ่งจะทำให้งานใน 45 นาทีหลังง่ายกว่าเดิมมาก

ความนิ่งของนักฟุตบอลระดับ 23 ปีกับเกมชี้เป็นชี้ตายอย่างนี้คือสิ่งที่ต้องเรียนรู้เป็นประสบการณ์ และเกมนี้เชื่อว่าเด็กชุดนี้ได้รับประสบการณ์ไปแบบเต็มอิ่ม

การเคลื่อนที่ ไอเดียการเข้าทำ ความกล้าในการเล่นมีครบแล้ว ขอเพียงเติมความเด็ดขาดให้มากขึ้นและจบสกอร์ในจังหวะที่ “ต้องได้” ได้อย่างสม่ำเสมอกว่านี้พูดได้เลยว่าทีมชุดนี้ของนิชิโนะน่าจับตามอง

จุดที่ดีพยายามรักษาไว้และพัฒนาต่อไป จุดที่ต้องปรับแก้ก็ต้องจริงจังเพื่อลบมันทิ้งไปให้ได้

ย้อนไปถึงการจัดตัวของ อากิระ นิชิโนะ​.. เรื่องนี้คงต้องว่ากันยาวหน่อย

ผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่าเขากล้าแบบนั้นได้อย่างไรกับการเปลี่ยนผู้เล่นถึง 7 ตำแหน่งในเกมชี้ชะตาแบบนี้

มันยิ่งกว่าคำว่าน่าทึ่ง กระนั้นไม่เพียงทึ่งกับการจัดตัวของนิชิโนะเท่านั้น เรายังทึ่งกับผลงานในสนามและผลลัพธ์ที่ออกมาอีกต่างหาก

ทีมที่เปลี่ยนเซนเตอร์แบ๊กตัวจริง เปลี่ยนแบ๊กขวาตัวจริง เปลี่ยนคู่กองกลางตัวจริง เปลี่ยนผู้เล่นเกมรุกตัวจริง 3 จาก 4 คนในเกมที่แพ้ตกรอบและคู่ต่อสู้คืออิรักที่ต้องการชัยชนะอย่างยิ่ง

ทึ่งในความกล้านั้นเรื่องหนึ่ง หากยังทึ่งในความคิดที่แยบยลและละเอียดของนิชิโนะ คนที่กล้าจัดตัวแบบนั้นในเกมแบบนี้ย่อมต้องรู้จักนักเตะของตัวเองดีชนิดทะลุปรุโปร่ง รู้ว่าใครเล่นได้แค่ไหนอย่างไร

ต้องมั่นใจในลูกทีม มั่นใจในระบบที่กำหนดไว้ มั่นใจว่าเด็กๆ ทุกคนเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการ

การลงสนามในเกมหนักๆ มา 2 เกมต่อเนื่อง มีเวลาพักแต่ละเกมแค่ 2 วันสภาพความสดย่อมถดถอย ยิ่งเกมแพ้ออสเตรเลียนั้นเราบอบช้ำพอสมควรทั้งร่างกายและจิตใจ

นักเตะที่นิชิโนะเลือกลงสนามในเกมเจออิรักอย่าง เจริญศักดิ์ มีความเร็วเป็นประโยชน์สำหรับเกมที่คาดการณ์แล้วน่าจะมีพื้นที่ให้เล่น เก็บสุภโชคไว้เป็นตัวทีเด็ดลงมาตีเกมรับให้ป่วนในครึ่งหลัง

เช่นเดียวกับ ศุภชัย ใจเด็ด ที่มีลูกขยัน บู๊ดุดัน นิชิโนะพักไว้เพื่อถนอมความสดแต่น่าจะวางแผนให้ลงมาลุยอัดกองหลังอิรักในครึ่งหลังเช่นกัน

สรวิทย์ พานทอง กับ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ พักสำหรับใช้งานในเกมหน้าถ้าเข้ารอบ เพราะนั่นคือเกมชี้ชะตาสุดๆ อีกนัด และเชื่อมั่นในกานต์นรินทร์กับวิศรุตว่าจะเล่นได้อย่างมีวินัย

การจัดตัวแบบนี้ไม่ได้มองแค่เรื่องความกล้าและการรู้จักลูกทีมปรุโปร่งเท่านั้นหรอกครับ หากมันยังเป็นการมองข้ามช็อตไปถึงเกมต่อไปด้วย

เพราะมันคงไม่มีประโยชน์อะไรถ้าทีมจะตีตั๋วเข้ารอบแบบสะบักสะบอมในเกมที่มองเห็นแน่ๆ ว่าต้องสะบักสะบอม แล้วสุ่มเสี่ยงต่อสภาพความพร้อมที่ย่ำแย่ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

ให้นักเตะชุดสองได้เล่นในเกมที่บีบคั้นก็จริงแต่ทีมถือความได้เปรียบอยู่ในมือเพราะต้องการเพียงผลเสมอเท่านั้น มันเป็นสถานการณ์ที่อาจจะเสี่ยง แต่โอกาส “เอาอยู่” มีมากกว่า

เพราะนิชิโนะไม่ได้มองแค่การเข้ารอบเป็นเป้าหมาย แต่ตั๋วไปโอลิมปิกต่างหากคือเป้าหมาย

การเข้ารอบคือก้าวแรกเท่านั้น ยังไม่ใช่ก้าวสุดท้าย ยังไม่ใช่ความสำเร็จที่ถาวร

ในขณะที่เราดีใจสุดเหวี่ยงกับการเข้ารอบน็อกเอ๊าต์ได้เป็นครั้งแรก นิชิโนะมองข้ามไปถึงการเก็บความสดให้กับผู้เล่นตัวหลักและการมอบความมั่นใจให้กับผู้เล่นชุดสองในเวลาเดียวกัน เพื่อความพร้อมที่สุดสำหรับเกมสำคัญยิ่งกว่าที่รออยู่วันเสาร์นี้แล้ว

    เพราะมันจะสมบูรณ์แบบที่สุดเลยถ้าผ่านโจทย์อย่างอิรักด้วยทีมชุดนี้ได้ เนื่องจากทีมช้างศึกจะได้ประโยชน์ 2 ต่อซ้อนๆ

    1. ตัวหลักได้พักเติมความสด

2. ตัวชุดสองได้ลงเกมจริง มีความมั่นใจ กระหายพร้อมลงสนาม

นั่นน่าจะเป็นมุมมองของนิชิโนะที่มีต่อเส้นทางของเรา ตกรอบนี้หรือตกรอบหน้าก็ค่าเท่ากันเพราะมันหมายถึงไม่ได้ไปโอลิมปิกเหมือนกัน

ในขณะที่เรากำลังมองด้วยความเคยชินว่าผ่านรอบแบ่งกลุ่มให้ได้ก่อน ผ่านอิรักได้ก็น่าพอใจแล้ว ส่วนรอบน็อคเอ๊าต์ค่อยไปว่ากัน แต่นิชิโนะจัดทีมเพื่อให้พร้อมที่สุดสำหรับการผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปชิงตั๋วแล้ว

นั่นคือความแตกต่าง ซึ่งความจริงก็ว่ากันไม่ได้เพราะเราคุ้นเคยกับความรู้สึกนี้มานานว่ากับฟุตบอลระดับทวีปแล้ว แค่ผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ ส่วนจะไปไกลกว่านั้นได้แค่ไหนถือเป็นโบนัส

นั่นคือไมนด์เซ็ตของเรา เป็นความคิดพื้นฐานของเราซึ่งมาจากมาตรฐานที่เราอยู่กับมันมาตลอด

แต่มันไม่ใช่ไมนด์เซ็ตของโค้ชระดับนิชิโนะที่เคยผ่านฟุตบอลโลกมาแล้ว

ตั้งเป้าให้สูง แล้วไปให้ถึง อย่าพอใจกับการไปไม่ถึงถ้าไม่ได้เตรียมตัวต่อสู้เพื่อไขว่คว้ามันอย่างมืออาชีพและวางแผนอย่างละเอียด

มองกว้างไม่ได้มองแคบเอาแค่ความสำเร็จเฉพาะหน้า

  อีกไม่นานหรอกครับเราคงเคยชินกับมาตรฐานของเขา มาตรฐานของคนที่เราเลือกดีแล้วว่าใช่..

อ่านข่าวอื่นๆที่ >>> www.ufabetwinS.com

หน้าแรก >>> https://www.arnold-production.com