UFABETWINS สำรวจความคิดในวัย 27 ปี “นิติพงษ์ เสลานนท์” กับวันที่ออกจากเงานักเตะพระรอง

UFABETWINS มีใครสักคนเคยบอกว่า “นักฟุตบอลอาชีพ” ส่วนมากจะเข้าสู่ช่วงพีค ก็ต่อเมื่ออายุ 27 ปี ขึ้นไป

เพราะเป็นวัยที่มีครบทั้ง ฝีมือ, สมอง, ประสบการณ์ และร่างกาย “ถ้าเด็กกว่านี้ อาจเก๋าไม่พอ สำหรับการรับมืออะไรบางอย่างที่ผ่านเข้ามา หากแก่ขึ้นกว่านี้ คงไม่มีเรี่ยวแรงเหมือนโคหนุ่ม” ดังนั้นตัวเลข “27” จึงเป็นอายุเหมาะสม สำหรับการเค้นศักยภาพที่ดีสุดของตัวเองออกมา

“ทุกอย่างย่อมมีเวลาของมัน” นิติพงษ์ เสลานนท์ ฟูลแบ็กวัย 27 ปี จากสโมสรการท่าเรือ เอฟซี เคยให้สัมภาษณ์ถึงโมเมนต์ที่เขาได้รับเลือกให้เป็น “แบ็กขวาตัวจริง” ทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรกในชีวิต แม้รสชาติของผลตอบแทนความทุ่มเทจะหอมหวาน แต่กระบวนการหมักบ่มนั้นแสน

สุดจะขม เพราะตลอดระยะหลายปีบนเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ “นิติพงษ์ เสลานนท์” ต้องต่อสู้เพื่อพิสูจน์คุณค่าตัวเอง และสลัดออกจากเงาของการเป็น “นักเตะสำรอง, ผู้เล่นตัวสอดแทรก, นักฟุตบอลอะไหล่” อย่างที่หลายคนมองเห็นเขา “ไม่มีใครรู้จักตัวจริงของเราได้เท่าตัวเอง”

UFABETWINS

และมันคงดีไม่น้อย หากเราจะได้รู้จักตัวตนของใครสักคน ผ่านบทสนทนาที่ถูกเล่ามาจากเจ้าของเรื่องราวนั้นๆ มันเป็นความรู้สึกอย่างไร สำหรับนักฟุตบอลอาชีพคนหนึ่ง ที่เคยถูกมองว่าเป็น นักเตะพระรอง, ผู้เล่นตัวเลือกลำดับ 2 ในตำแหน่งนั้นๆ? ผมเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว เพราะผม

เป็นคนที่ฝีเท้าไม่ได้โดดเด่นมาตั้งแต่เด็ก รูปร่างเล็ก เบสิคก็ไม่แน่น สมัยก่อนเวลาคัดตัว เด็กคนไหนตัวใหญ่ก็ได้เปรียบไปครึ่งหนึ่งแล้ว แต่ผมเป็นคนตัวเล็ก บางทีก็ถูกปฏิเสธโอกาสจากเรื่องนี้ แต่ผมเป็นคนที่มีความพยายาม มีความกระหาย ทำอย่างไรก็ได้ให้ตัวเราได้รับโอกาส

หาวิธีพัฒนาตัวเองขึ้นมา จนได้ลงเล่น, มีชื่อเป็นตัวเลือกแรกของทีม ในเมื่อความสามารถเราไม่เท่าคนอื่น ก็ต้องพยายามให้มากขึ้นเป็นสองเท่า สิ่งที่เราเห็นจากตัวคุณคือ ความเป็นคนที่ชัดเจนในเส้นทางนี้ คุณเลือกเข้าโรงเรียนกีฬาตั้งแต่ประถมฯ และคุณตัดสินใจไม่เรียนต่อม

หา’ลัย หลังจบ ม.ปลาย เพื่อจะได้โฟกัสเต็มที่กับฟุตบอลอาชีพ เพราะผมอยู่กับฟุตบอลมานาน จนมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต อีกเหตุผลที่ผมมีความมุ่งมั่นอยากเป็นนักกีฬาอาชีพ มาจากที่ตัวผมต้องการแบ่งเบาภาระทางบ้าน เพราะครอบครัวไม่ได้มีฐานะร่ำรวย ผมก็อยากช่วยตรงนี้

ผมจึงเต็มที่กับสิ่งที่ทำผมเสมอ คุณออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 10 ปี ตอนนี้เป็นเวลา 17 ปีแล้วที่คุณห่างครอบครัว มาสู้ชีวิตนอกบ้านเกิด (จ.ราชบุรี) ประสบการณ์แบบนี้ สอนให้คุณเติบในด้านไหน? มันสอนให้ผมรู้จักใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ผมยังจำได้เลยตอนแรกที่ย้ายอยู่โรงเรียนกีฬา

ชลบุรีฯ ผมคิดว่าตัวเองคงอยู่ไม่ได้แน่ๆ เพราะผมอายุน้อยมาก แต่ในเมื่อเลือกแล้วก็ต้องสู้ไป ซึ่งมันทำให้ผมต้องตัดสินใจทุกเรื่องด้วยตัวเอง ว่าจะทำสิ่งที่ดีหรือทำเรื่องไม่ดี ไม่มีผู้ใหญ่มาชี้ทาง ทุกอย่างเราต้องเลือกเอง ทราบมาว่าคุณเคยเป็นเด็กเก็บบอล และเยาวชนของ

ชลบุรี เอฟซี ด้วย ตอนนั้นคิดว่าตัวเองห่างไกลกับโอกาสในการขึ้นชุดใหญ่มากขนาดไหน? ห่างกันมากเลย เพราะยุคนั้นโรงเรียนที่ขึ้นตรงกับ ชลบุรี เอฟซี คือ อัสสัมชัญศรีราชา, จุฬาภรณราชวิทยาลัย ส่วนโรงเรียนผม เป็นเหมือนเกรด 3 นักเตะน้อยมากที่จะได้ขึ้นชุดใหญ่ แต่ผมโชคดี

UFABETWINS

เวลารวมเอา 3 โรงเรียนไปแข่งในนามจังหวัดชลบุรี ผมยังได้โอกาสลงเล่นตลอดในฟุตบอลระดับเยาวชน ส่วนตอนเก็บบอล ตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไรจริงจังว่า สักวันหนึ่งผมต้องได้เล่นอาชีพ ผมแค่สนุกไปตามวัย ได้ดูบอลไทยลีกด้วย แถมยังได้เงินค่าเก็บบอล 100 บาท

แค่นี้ก็โอเคแล้ว สักอายุเท่าไหร่ที่เริ่มเปลี่ยนความคิดว่าจะจริงจังแล้ว? จุดเปลี่ยนของผม เกิดขึ้นตอน ม.4 ผมมีชื่อไปแข่ง ยูธ ลีก ให้กับ ชลบุรี เอฟซี สโมสรเซ็นสัญญาเยาวชนกับผม นั่นคือเงินเดือนก้อนแรกที่ผมได้จากการเล่นฟุตบอล ผมดีใจมากที่ไม่ต้องลำบากขอเงินครอบครัวอีกแล้ว

หาเงินใช้ในแต่ละเดือนได้ด้วยตัวเอง พอช่วง ม.5-6 ผมเริ่มคิดว่าตัวเองมีโอกาสไปต่อได้ในอาชีพนักฟุตบอล หลังจากได้คัดตัว ติดเยาวชนทีมชาติไทย (รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี) ทำให้มีผู้ใหญ่หลายคนมองเห็นผม เริ่มรู้จักชื่อ และมอบโอกาสให้ผมได้เริ่มต้นเล่นฟุตบอลอาชีพ

กับทีม สระบุรี เอฟซี ด้วยสัญญายืมตัว เพราะถ้าอยู่ ชลบุรี ผมอาจยังไม่ได้โอกาสขึ้นชุดใหญ่ ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของ นิติพงษ์ เสลานนท์ เลยไหม? จากนักฟุตบอลเยาวชนสู่ผู้เล่นอาชีพ มันเหมือนโลกอีกใบที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อน แน่นอนว่า ผมได้เงินเดือน

เยอะขึ้นกว่าตอนเป็นเยาวชนของชลบุรีฯ แต่ผมก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็นมืออาชีพเต็มตัว ผมมีความรับผิดชอบ ดูแลตัวเองดีขึ้น พยายามแอคทีฟตลอดเวลา เต็มที่มากกับการฝึกซ้อม คิดเสมอว่า “กูต้องได้เล่นตัวจริง” ถ้าถูกปล่อยยืมตัวมาเล่นแล้วยังไม่ได้ลงอีก สำหรับผมมัน

น่าจะจบแล้วกับเป้าหมายในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ อะไรที่ไม่ดี เช่น เที่ยวกลางคืน, กินเหล้า ผมเลิกเด็ดขาด ไม่แตะมันอีกเลย ดูแลร่างกาย โฟกัสกับสิ่งที่เราทำอย่างเดียว ทำทุกวิถีทางให้ตัวเองได้ลงเล่น โค้ชสั่งอะไรทำตามหมด ตอนนั้นวางเป้าหมายไว้ว่า อยากลงสนามอย่างต่อ

เนื่อง เผื่อจะได้ขึ้นทีมชุดใหญ่ของ ชลบุรี เอฟซี สุดท้ายคุณก็ไม่มีโอกาสเล่นให้ ชลบุรี เอฟซี ชุดใหญ่ เพราะว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซื้อตัวคุณไปร่วมทีม ในขณะที่คุณเล่นอยู่ในลีกระดับรองของประเทศ ผมก็งงเหมือนว่าบุรีรัมย์ฯ ซื้อผมไปได้ไง (หัวเราะ) เพราะผมไม่ได้เล่นลีกสูงสุด

ตอนนั้นมีเพื่อนคนหนึ่งขอเบอร์ผมไป สักพักพี่จ้ำ (ทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน – อดีตผู้จัดการทีม) โทรมา ผมนึกว่าเพื่อนอำเลยพูดกลับไปใส่พี่จ้ำว่า “มึงตลกอะไรเนี่ย? ไม่ต้องมาอำกู” พี่จ้ำก็พยายามอธิบายว่า เขาติดต่อมาจากบุรีรัมย์ฯ จริง ตอนนี้สโมสรสนใจผม อยากได้ไปร่วมงานด้วย

แกคุยกับผู้ใหญ่ ชลบุรี เอฟซี ไปแล้ว เขาก็ให้มาถามผม ผมยังไม่ได้ตอบตกลงตอนนั้น เพราะคิดว่าเป็นเรื่องอำ จนได้โทรคุยกับคุณอรรณพ (สิงห์โตทอง) สรุปว่าเป็นเรื่องจริง

คลิ๊กเลย >>> UFABETWINS

อ่านข่าวเพิ่ม >>> บ้านผลบอล